TRAVEL

แบงค็อก to ค็อกเบิร์น ดำน้ำดูปะการังที่ทะเลพม่า

Ranong x Myanmar Sea | แบงค็อก to ค็อกเบิร์น ดำน้ำดูปะการังที่ทะเลพม่า 3 วัน 2 คืน ทริปดำน้ำตื้นเกาะนาวโอพีกับเลิฟอันดามัน หมู่เกาะช้างเผือก [ค็อกเบิร์น] เที่ยวตัวเมืองระนอง ถ่ายรูปชิคๆที่เขาหญ้า

ทริป 3 วันนี้เรียกว่าคุ้มจริง วันแรกออกแต่เช้ามืด ถึงระนองฟ้ากำลังสางพอดี มาระนองครั้งแรกมองเห็นขอบทะเล เขตพื้นดินจากด้านบนก็แปลกตาไปอีกแบบ

ถึงระนองแล้วค่ะ

 

ลงจากเครื่องบินรถตู้ของเราก็มารอรับพาไปที่ Lighthouse Pier ท่าเทียบเรือศุลกากรระนองกันเลย จะเห็นประภาคารสูงๆโดดเด่นนี่แหละใช่เลย โปรแกรมเดย์ทริปนี้เราใช้บริการกับเลิฟอันดามัน ไปถึงลงทะเบียนบริเวณประภาคารรับริสแบนด์ใส่ข้อมือ มีของว่างรองท้องก่อน หรือจะขึ้นไปนั่งทานกาแฟชั้นบนก็ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่เค้าจะใช้บัตรประชาชนของเราทำเอกสารผ่านแดนชั่วคราวตรงนี้ เข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุดตรงนี้ได้เลย ใครไม่มีกล้องถ่ายใต้น้ำแต่อยากเก็บภาพสวยๆเค้าก็มีให้เช่ากล้อง GoPro ด้วยนะ วันละ 1,500 บาท มีแม่ค้ามาขายพวกซองใส่โทรศัพท์มือถือกันน้ำก็มี

 

ออกจากท่าเรือศุลกากรระนอง

 

เอาล่ะ ขึ้นเรือสปีดโบ้ทมุ่งหน้าไปสู่เกาะสองประเทศเมียนมาร์ ใช้เวลา 5 นาทีก็ถึงละ ตรงนี้เค้าก็บรรยายว่าที่จริงแล้วเกาะนี้ชื่อกอต๊อง(เป็นภาษาพม่า) แต่คนไทยเรียกเพี้ยนเป็นเกาะสอง เรือจะหยุดตรงนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารผ่านแดน ผู้โดยสารก็รอในเรือ ชมวิวทิวทัศน์ไปก่อน ที่บริเวณเกาะสองจะมีเจดีย์ชเวดากองจำลอง เห็นสีทองอยู่ไกลๆ และก็รูปอนุเสารีย์พระเจ้าบุเรงนอง  ตรวจเอกสารเรียบร้อยเรือก็มุ่งหน้าสู่เกาะนาวโอพี

 

หาดมาดาม เกาะนาวโอพี

 

ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงหาดมาดาม ใครที่ไม่ไปดำน้ำก็ลงที่หาดรอได้เลย เดินเล่นชายหาดถ่ายภาพ พักผ่อนให้จุใจ สำหรับพวกเราก็เดินหน้าไปตะลุยจุดดำน้ำรอบเกาะกันต่อค่ะ จุดแรกที่ลงเรียกว่าเดอะเลทเตอร์ (The Letter) อ่าวที่เต็มไปด้วยกัลปังหา ปลาดาวขนนก และปะการังอ่อนสีชมพู เนื่องจาก BB นั่งเรือมาชั่วโมงมาเมาเรือเอาซะได้ แค่ดำน้ำจุดแรกเรียกว่าเปื่อยจนหมดแรงเลย วันนี้แดดแรงมากๆ แต่ใครที่ไม่เมาเรืออย่าง BB บอกเลยฟินเวอร์

 

รีบๆโดดลงไปโลด ก่อนจะได้ชมปลาตีน อิอิ

 

จุดดำน้ำจุดที่สอง BB ไม่ได้ลงไป นั่งรับลมท้าแดดอยู่หัวเรือ ตรงนี้เรียกว่าเกาะภูเขาไฟ แหล่งปะทุของเหล่าดอกไม้ทะเล หรือที่เรียกกันว่าแอนนิโมนี (Sea Anemone) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลานีโมและฝูงปลาอีกมากมาย

เหนื่อยและหมดแรงมาพอประมาณ กลับมาทานมื้อเที่ยงกับเลิฟอันดามันที่หาดกัน มื้อนี้มีซีฟู้ด กุ้ง หมึกเสริฟ และมีบุฟเฟต์กับข้าว น้ำพริก ผักสด ส้มตำ ขนม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ อีก นั่งทานกันริมหาดทรายขาวเนียนๆ นอนเอนกายพักผ่อน เฮ้อออออ มันดีย์อ่ะ ระหว่างนี้ใครจะชิลล์ยาวๆต่อบนหาดตลอดบ่าย หรือจะออกไปดำน้ำต่อกันอีกจุดหน้าหาดก็ย่อมเลือกได้

 

เอนกายสบายอุรา

 

หมดเวลาสำหรับทริปวันแรก บอกลานาวโอพี เจ้าหน้าที่ดำเนินเอกสารขาออกที่เกาะสอง และกลับที่พักกันค่ะ

 

เราพักกันที่ The Blue Sky Resort กลับมาจากทะเลช่วงเย็นๆ วิวที่นี่สวยทีเดียว

 

 

มีสะพานทอดยาวให้ลงไปนั่งเล่น ถ่ายรูปสวยๆ

 

blue sky resort ranong

ภาพห้องพักมุมนี้ถ่ายจากสะพานไม้มาค่ะ มีระเบียงเห็นวิวทะเลพม่า นั่งจิบเบียร์ชมวิวรับลม ผ่อนคลายไปอีกแบบ

 

Blue Sky Resort Ranong

ระเบียงห้องพักที่บลูสกาย รีสอร์ท

 

 

กลับมาที่ห้องพัก

อ้าว !?
รองเท้าที่ใส่ลงน้ำถอดไว้หน้าห้อง หายไปข้างนึง !!

ไม่ใช่ของ BB คนเดียว ของพี่สาวที่นอนด้วยกันก็หายไปข้างนึงด้วยเหมือนกัน แล้วที่แย่กว่านั้นมันเหลือแค่ข้างขวาไว้ให้ทั้ง 2 ข้างเลย
รองเท้าหายไปไหน ?!

เดินไปที่ห้องของพี่อีกห้องหนึ่งแถวหน้ารีสอร์ท บังเอิญเจอเด็กตัวนึงเข้า (ลูกสุนัขวัยกำลังคันฟัน) ยังไม่ทันได้เห็นหลักฐานก็คิดเลยว่าเจอผู้ต้องสงสัยเข้าให้แล้วล่ะ

ผู้ต้องสงสัยเดินโบกหางตามกลับมาที่ห้อง ถามว่าเอาไปซ่อนไว้ไหนก็ไม่ยอมบอก อยากได้อะไรแลกรึ ? ไม่มีให้หรอกนะ

เดินหาแถวๆห้องก็เจอข้างสีส้มของพี่สาวอยู่ด้านล่างใกล้ใต้ถุนห้องพัก ก็เลยตามพนักงานรีสอร์ทลงไปเอาให้

แต่ว่าแล้วของเราล่ะ T-T

เขาก็หาให้อยู่สักพัก ในที่สุด
ก็เจอค่ะ ฮือออ ดีใจ
ไปอยู่แถวใต้ถุนอีกห้องใกล้ๆ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าพักต่างถิ่นยังไงก็อย่าลืมเก็บของเอาไว้ในที่ปลอดภัยแม้กระทั่งรองเท้า

 

ผู้ร้ายขโมยรองเท้า นอนอยู่บนโขดหินตอนเช้า

 

วันที่สองของระนองxเมียนมาร์ทริป เราก็ยังอยู่กับเลิฟอันดามัน แต่ก่อนไปลงทะเบียนที่ประภาคาร ก็แวะทานโรตีกันหน่อย ที่ร้านบังกีโรตีอาหรับ เมนูเยอะมากๆค่ะ มาถึงประภาคารรับริสแบนด์แล้วก็มีของรองท้องจากทีม Love Andaman เช่นเคย วันนี้ก่อนออกเดินทางเราก็ไม่ลืมทานยาแก้เมาเรือ ขอบอกก่อนว่าเมื่อวานที่เมาเรือเราก็ทานค่ะ เราก็สงสัยว่าเที่ยวทะเลมาก็หลายทริป เมื่อวานทำไมเมาหนักมาก หรือเป็นเพราะนั่งเรือเป็นชั่วโมงๆ คำตอบกระจ่างแจ้งก็ตอนหยิบฉลากยามาอ่าน ปกติเราจะกินยาแก้เมาเม็ดสีเหลือง 50 มิลลิกรัม แต่พอดีเมื่อวานเป็นยาแก้เมาที่เพื่อนยื่นให้เม็ดสีขาว เทียบกันปรากฏเม็ดสีขาวมีฤทธิ์เพียง 6 มิลลิกรัม ต่างกันเกือบสิบเท่าขนาดนี้ไม่สงสัยเลย จึงตั้งแฮชแท็กว่า #กินยาผิดชีวิตเปลี่ยน ไว้เป็นอุทาหรณ์แล้วกันค่ะ วันนี้พร้อมลุย!!

 

แวะให้เจ้าหน้าที่ทำเรื่องตรวจเอกสารขาเข้าที่ท่าเรือเกาะสอง ประเทศพม่า

 

พอออกจากท่าเรือเกาะสองมาได้สักพัก ระหว่างทางเราจะผ่านวิคตอเรีย พอยท์ ที่เป็นดินแดนตอนใต้สุดของประเทศพม่า เรือจะล่องผ่านหมู่เกาะนับร้อยอยู่ลิบๆ ซึ่งยังคงความบริสุทธิ์ของทะเลฝั่งเมียนมาร์ที่ถูกปิดมานานนับหลายร้อยปี

จากท่าเรือระนองประมาณชั่วโมงกว่าๆเราก็เดินทางมาถึงหมู่เกาะช้างเผือก (เกาะค็อกเบิร์น) เห็นแนวรัศมีน้ำตื้นเป็นแนวยาวสุดสายตากับดงปะการัง และที่นี่มีทะเลแหวกด้วยค่ะ และชายหาดสีขาวทรายละเอียดเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพจริงๆอะไรจริง

มาถึงจุดดำน้ำจุดแรกเรียกว่า Milky way หรือทางช้างเผือก ตรงนี้เป็นศูนย์รวมของอาณาจักรปะการัง มีแนวยาวเป็นกิโล ดำๆไปเห็นปลาเล็กๆรวมถึงปลาการ์ตูนหลายสายพันธุ์ น่ารักมุ้งมิ้งมากเลย จุดดำน้ำเขาจะแบ่งเป็น 3 จุด มีจุดที่เรียกว่า พารากอน จะมีพวกดอกไม้ทะเลขนาดใหญ่ มีกอหนึ่งทางทีมงานเรียกว่ากรุงเทพมหานครเพราะมันดูอัดแน่นและมีความหลากหลายมาก อีกจุดหนึ่งจะมีปะการังเขากวางอยู่จำนวนมาก แน่นหนามาก และดูสมบูรณ์มาก รวมถึงปะการังเขากวางสีน้ำเงิน เยอะทีเดียว ดำๆไปก็เจอปะการังรูปสมองก้อนใหญ่มาก ปะการังรูปเห็ด ดอกไม้ทะเลสีม่วง มีพาเหรดน้องปลาว่ายผ่านมาบ้าง มีความสุขสุดๆไปเลยค่ะ

ถึงเวลาพักละ มีอาหารบุฟเฟต์ซีฟู้ดปิ้งย่าง (กุ้ง หมึก) กับข้าว ขนม เครื่องดื่ม เยอะมาก บุฟเฟต์ทานกันเต็มอิ่มริมหาด

ช่วงบ่ายไปกันที่อ่าวช้างเผือก ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ต้องปีนเขาขึ้นไป ที่เรียกกันว่าช้างเผือกนั้นเพราะเป็นภูเขาที่มีลักษณะเหมือนช้างนอนเล่นน้ำอยู่ บนยอดจะมีหินอ่อนสีขาวจึงเป็นที่มาของชื่ออ่าวช้างเผือกนั่นเองค่ะ รัศมีแนวน้ำตื้นที่สะท้อนกับแสงแดดก็ดูเป็นทางช้างเผือกเหมือนกัน

 

ปีนขึ้นมาถึงยอดจุดชมวิว

 

คลื่นซัดแรงอยู่นะด้านล่าง

 

บนหาดมีกองหิน เนินหิน เป็มุมถ่ายรูปที่สวยไม่เบา

 

สำหรับทริปค็อกเบิร์นในวันนี้เรารู้สึกเต็มอิ่มและคุ้มสุดๆไปเลยค่ะ ทั้งดำน้ำดูปะการังสวยๆ หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปีนเขาแอดเวนเจอร์ขึ้นไปดูวิวสวยๆ อาหารก็อร่อย (แน่ละสิวันนี้ไม่เมาคลื่นนี่เนอะ)

หลังจากบอกลาเลิฟอันดามัน ก่อนทานอาหารเย็นก็แวะมาที่บ่อน้ำร้อนรักษะวารินเป็นบ่อน้ำร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ค่าเข้า 40 บาทเท่านั้นค่ะ น้ำพุร้อนแห่งนี้ได้รับการวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์บริการว่าประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ และเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนอยู่เลย

เฮ้ออออ ผ่อนคลายไปอีก

 

เช้าวันที่สามนี้เราไปที่วัดบ้านหงาว ไหว้หลวงพ่อดีบุก

 

ก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน แวะถ่ายรูปเล่นที่ภูเขาหญ้าในช่วงเย็น เป็นทุ่งหญ้าบนเนินเขากว้างโล่ง จะว่าไปก็คล้ายกับเนินเทเลทับบี้เลย

 

You Might Also Like

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of