TRAVEL

ชาร์ตแบตเชียงใหม่ 3 คืน 4 วัน – ม่อนแจ่ม นิมมาน

เดือนพฤศจิกายน ถ้าให้เลือก คุณจะไปเที่ยวที่ไหน ???
แน่นอนถ้าเป็นในประเทศแล้วละก็ คงไม่พ้นภาคเหนือ เพราะจะได้สัมผัสไอหมอกและอากาศเย็นๆ ทริปนี้เราก็เลยเลือก

ไปชาร์ตแบต ที่เชียงใหม่ซัก 4 วัน

วันแรกขึ้นไฟล์ทเย็น ทุ่มกว่าๆก็ไปถึงโฮลเทลที่จองไว้ Two Gals and the Pig พิกัดซอยนิมมาน 15 มีมัดจำค่ากุญแจ 200 บาท (โฮสเทลจะคืนให้ตอนเช็คเอ้าท์ออก) เก็บข้าวเก็บของเรียบร้อยออกไปทานมื้อเย็น ตอนแรกเดินเรื่อยๆไปถึงร้าน ต๋องเต็มโต๊ะ แต่โต๊ะเต็มจริงๆค่ะ คืนวันเสาร์คนรอคิวเยอะมาก เรากับเพื่อนเลยเปิดทริปนี้ด้วยการทานอาหารเหนือที่ร้านเฮือน ม่วน ใจ๋ แทน คั่วจิ้นส้ม อร่อยค่ะ และให้เด็กที่ร้านแนะนำแกงมา 1 แกง เลยทำให้เราได้รู้จักกับ แกงเห็ดถอบใส่ใบส้มป่อย อร่อยและหาทานได้ยาก

ขอบอกก่อนว่าทริปนี้ไม่ได้แนวลุยไม่ได้สัมผัสธรรมชาติจ๋าบนยอดดอย เน้นกินซะเยอะ ติดตามกันต่อไป

เช้าวันอาทิตย์เราเหมารถของทีมงานน้าเทียน คนขับชื่อพี่ชาญมารับพวกเรา 6 โมงครึ่งไปม่อนแจ่ม วันนี้มีแขกเพิ่ม 1 คน คือเพื่อนที่พวกเราเจอบนรถแดงตอนนั่งจากสนามบินมาโฮสเทลเมื่อคืน เพื่อนพักอยู่ที่ ยูโฮเทล (ตรงข้ามห้างเมญ่า) ถือว่าไม่ใกล้ไม่ไกลยังไม่มีแพลนไปไหนก็เลยชวนมาร่วมทริปซะเลย
ขับพาขึ้นมาประมาณ 7 โมงนิดๆก็ถึงจุดหมาย

แม่คะนิ้งที่ม่อนแจ่ม

แม่คะนิ้งที่ม่อนแจ่ม

ปีนี้ยังไม่หนาวเลย คือคนที่เตรียมเสื้อกันหนาวมาเที่ยวช่วงนี้ ตอบได้เลยว่าใส่แล้วร้อน หลักฐานให้สังเกตแดดได้เลย ยังดีที่เห็นแม่คะนิ้ง ที่ม่อนแจ่มไม่ว่าจะเก็บภาพมุมไหนก็สวยไปหมด ข้างบนมีแปลงสตรอเบอรี่ ดอกไม้น่ารัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ส่วนตามทางด้านล่างหรือทางขึ้นก็จะเป็นพวกร้านขายของฝาก ผลไม้(สตรอเบอรี่ บัวหิมะ เซียนท้อ อโวคาโด) และของทานเล่น

ม่อนแจ่ม เชียงใหม่

Monjam Chiangmai

ม่อนแจ่ม เดือนพฤศจิกายน 2017

สัมผัสวิวธรรมชาติพอสมควร ก็ขับลงมาที่จุดชมวิวอีกจุดหนึ่งมีทุ่งทานตะวัน มองเห็นชาวบ้านกำลังช่วยกันขุดดินลงแปลงปลูก ตรงนี้มีป้ายของเทศบาลแม่แรมตั้งอยู่เลยถ่ายรูปเก็บเอาไว้ว่ามีจุดท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง

พอลงจากม่อนแจ่มก็แวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านริมน้ำ ทานกันบนแพติดกับน้ำตกน้อยๆ สบายอุราจริงๆ แล้วไปลุยกันต่อที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าฯ มีค่าเข้าคนละ 40 ได้แผนที่เส้นทางแต่ละจุดในสวนมา ซึ่งมีเยอะมากพวกเรายังเดินไม่ทั่วเลยค่ะ ใช้เวลาอยู่แต่ละจุดพอสมควร จุดแรกมาจอดที่ Canopy Walk ก่อนเลย เป็นเส้นทางเดินธรรมชาติบนสะพานเหล็ก ตรงนี้เจ้าหน้าที่บอกว่ามีกิ้งก่าบินด้วยนะ ใครอยากเจอต้องส่องหาดู แต่ท่าทางจะหายากเพราะพวกเราก็ไม่เจอ กิ้งก่าอาจเปลี่ยนสีแฝงตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง เดินไปสักพักจะเห็นวิวที่เป็นภูเขาและตรงทางเดินจะมีป้ายบอกเล่าประวัติความเปนมาของภูเขานี้ค่ะบนนั้นเรียกว่าดอยม่อนคว่ำหล้อง (เรียกยากจัง)

เดินคานูปปี้เสร็จขึ้นไปชมความสวยงามโรงดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งบัว สน ว่าน กระบองเพชร และไม้ป่าอีกมากมาย ฯลฯ ถ่ายรูปพลาง นั่งพักเหนื่อยพลาง

 

อันที่จริงยังมีสถานที่ให้แวะอีกหลายจุดตามแผนที่ แต่พอเดินชมต้นไม้กันหอมปากหอมคอเหล่าป้าๆวัยใสก็เริ่มเมื่อยละ กระหายออกไปหาอะไรเย็นๆทาน ก็ได้มาพบกับ Thongma Studio คาเฟ่แนวอินดัสเทรียลผสมแอนทีค พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละกลิ่นชีสละมุนของเมนูอะไรก็ไม่ทราบหอมกรุ่นจนต้องเปิดเมนูอย่างด่วน ใช้ได้เลยแต่ละเมนู มื้อนี้ที่ได้ลิ้มลอง น้ำบีทรูทผสมส้มกับสับปะรด บักกุดเต๋ครีมชีส เฮ้อฟินนน นั่งชิลล์ไปยาวๆ

กลับไปนอนกลิ้งพักร่างในห้องที่นิมมานและออกเติมพลังที่ร้านเฮือนเพ็ญใกล้ๆกับถนนคนเดินท่าแพ ร้านนี้ตกแต่งสวยอาหารเหนือถือว่าอร่อยเลย สังเกตแต่ละเมนูนี้มีหมูหมักเกือบทุกเมนู ค่ำนี้พวกเราทานแกงฮังเล คั่วโฮ๊ะ น้ำพริกแคบหมู และซีโครงหมูย่างเด็ดสุดสำหรับเรา เติมพลังเรียบร้อยก็เดินช้อปปิ้งกันต่อ ถนนคนเดินท่าแพเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ทีเดียวค่ะ มีทั้งของกิน เสื้อผ้า ของฝาก นักท่องเที่ยวคนจีน ฝรั่งเดินกันเต็ม

ถนนคนเดินท่าแพ

วันถัดมาไปทานมื้อเช้าที่ร้านโกเผือกโกดำ ไฮไลท์ร้านนี้เหมือนจะเป็นขนมปังจิ้มสังขยาที่มี4สี ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ก็ว่าได้
สีของสังขยาที่ว่า ก็จะมีสีเขียว-ใบเตย,สีส้ม-ชาไทย,สีม่วง-อัญชัญ,สีชมพู-นมเย็น ร้านนี้คิวเยอะตลอด (แอบบอกว่าถ้ามาช่วงสายอาจได้สังขยาไม่ครบ 4 สีเน้อ)

จากนั้นพวกเราเหมารถแดงขึ้นไปกราบพระธาตุที่ดอยสุเทพ ไปกลับราคา 500 บาท อันที่จริงถ้าไม่เหมาสามารถโบกนั่งไปต่อรถที่ตีนดอยก็ได้ พอไปถึงทางขึ้นบันไดจะมีป้าๆมายื่นดอกบัวธูปเทียนให้ 2 ชุดสำหรับกราบพระประธานและพระธาตุ 40 บาท เราถึงกับช็อคค่ะ (พวกป้าแกดูยัดเยียดมาก) เพราะพอขึ้นไปถึงด้านบนนั้นมีจุดให้คนหยิบดอกไม้และเทียนไปบูชาได้เลย ส่วนปัจจัยก็ใส่ตามกำลังศรัทธา  เดี๋ยวนี้ข้างบนเค้าจะไม่จุดธูปกันเพราะลดโลกร้อน เราชอบมากที่วัดมีตู้ทำบุญรวมกันแบบนี้ (รูปด้านล่าง) เพราะสังเกตไม่ใช่แค่ของวัดเดียวไม่ใช่แค่ของเชียงใหม่แต่เป็นตู้ของวัดและมูลนิธิต่างๆของทางภาคเหนือทำให้เราได้มีโอกาสใส่ปัจจัยช่วยซ่อมแซมและบูรณะวัดที่อยู่ต่างถิ่นที่เราไม่มีโอกาสได้ไปด้วย ตู้ทุนการศึกษาให้น้องๆก็เยอะอยู่ค่ะ

ช่วงเย็นวันนี้กินเบาๆที่ร้านคั่วไก่นิมมาน แล้วเหล่าป้าๆวัยใสก็เดินต็อกๆหาร้านขนมจากนิมมานเดินทะลุไปถนนศิริมังคลาจารย์ แล้วก็จะเจอขุมทรัพย์ที่คาเฟ่ Docter Gen y ร้านนี้มาตามคำแนะนำของรุ่นพี่ ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะนอกจากเค้กที่มีให้เลือกเยอะมากน่าทานไปหมด ก็มีชั้นหนังสือที่น่านั่งอ่านไปพลางละเลียดเค้กไปพลาง เฮ้อออ ยังไม่หยุดแค่เค้กเท่านี้ ระหว่างเดินกลับห้องที่ 2 gals and the pig พวกเราก็แวะทานไอศกรีมใน Roselato เป็นร้านเล็กๆอีกร้านหนึ่งในนิมมาน เมนูไม่ค่อยเยอะ แต่จุดเด่นร้านนี้เค้าทำไอศครีมเป็นรูปดอกไม้ ซึ่งเนื้อและรสชาตไอศกรีมก็ใช้ได้ค่ะหอมดี กลับห้องได้ค่ะ ณ จุดนี้
ไปๆมาๆตกดึก ก็ไม่วายออกมาหาอะไรทานกรุบกริบอีกรอบ (เพื่อนๆที่เข้ามาชมบล็อคลองสังเกตดูว่าย่อหน้านี้เราทานอะไรกันไปบ้างตั้งแต่เย็น) รอบนี้เน้นร้านข้างทางอย่างรถเข็นไส้กรอกคุณยาย ต่อด้วย รถเข็นมะหล่า สูตรยูนนาน (จอดอยู่หน้าเซเว่น) เผ็ดซ่าชาปากเลย เด็ดจริงอะไรจริงร้านนี้คิดไม่ผิดที่ออกมา เฮ้ออออ

doctor gen y lab

ร้าน Doctor Gen Y

 

S'more

S’more ที่ร้าน Roselato

วันสุดท้ายของทริปนี้ ช่วงเช้าไปกินปาท่องโก๋ร้านโกเหนียงใกล้ตลาดวโรรส ที่มีปลาท่องโก๋เป็นรูปตัวสัตว์ประหลาดแปลกๆ เช่น ไดโนเสาร์ มังกร จระเข้ ช้าง แต่แอบรอนานเพราะเขาต้องใช้เวลาปั้นแป้งสดๆตรงนั้นและค่อยลงทอด หลังจากเดินหาของติดไม้ติดมือกลับ ที่ตรงเกือบทางออกของตลาด ถ้าจำไม่ผิด ทางออกฝั่งตรงข้ามกับตลาดต้นลำไย (เยื้องๆกันนิดหน่อย) จะมีป้านั่งขายขนมอยู่ที่พื้น มีถาดขนมวางอยู่ มีข้าวต้มมัด ข้าวต้มมัดที่ห่อเป็นสามเหลี่ยม ข้าวเหนียวดำตอก อาจจะมีชื่อเรียกแต่ก็ประมาณนี้ เราซื้อข้าวต้มมัดจิ๋ว มัดละ 10 บาท คือมัดมันดูแปลกและปราณีตจริงๆ ป้าแกบอกว่าลุงเป็นคนห่อ ลุงเคยไปประกวดห่อและได้รางวัลอันดับหนึ่งเลยนะ  น่ารักดี ข้าวต้มที่เราซื้อมัดนั้นจะมีข้ามต้มจิ๋วห่อใบตองหลายชิ้นมัดรวมกันอีกที อันนี้เอาไว้นอกตู้เย็นข้ามวันก็ไม่บูด เพราะป้าเขาไม่ได้ใส่กะทิหรือมะพร้าว 1 ชิ้นนั้นเป็นข้าวกับถั่วดำเพียง 1-3 เม็ด มีน้ำตาลมาให้ 1 ถุงเล็ก เอาไว้คลุกกัน น้ำตาลนี้น่าจะเป็นน้ำตาลอ้อยเพราะสีออกน้ำตาล เป็นขนมที่อร่อยและหายากอันนึงเลยนะเราว่า

ข้าวต้มมัดจิ๋ว

กลับมาเก็บข้าวเก็บของที่ two gals and the pig ที่นี่ดีอีกอย่างเพราะเป็นจุดส่งพัสดุของ SCG Express ถ้ามีของฝากหรือต้องการส่งของจากเชียงใหม่ ที่นี่สะดวกมาก พี่ที่เค้าเตอร์ก็ช่วนแพคอย่างดี เอาไป 10 คะแนนเลย ส่วนอาหารเที่ยงวันนี้ไปกินที่ร้านข้าวซอยนิมมาน อร่อยหมด เมนูแปลกๆที่สั่งมาคือ อ่องปู รสชาตจะมันๆเค็มๆ ไว้ทานกับข้าวเนียว ฟินเว่อร์ ตกบ่ายได้เวลานั่งชิลล์ให้เวลาเดินไปเรื่อยอีกสักพักที่่ร้านกาแฟไปรยาลใหญ่

กาแฟมอคค่าที่ร้านไปรยาลใหญ่

มอคค่า

หลังจากเอากระเป๋าไปฝากที่สนามบินเชียงใหม่เพราะพวกเรากลับไฟล์ทดึก ช่วงเย็นไปเดินเล่นที่โครงการบ้านข้างวัด พื้นที่ตรงนี้จะออกแนว Art & Craft  มีร้านกาแฟและของจุกจิก ช่วงที่เขามีงานก็จะมีกิจกรรมหรือเวทีอยู่ตรงลานแสดง แต่พอดีช่วงที่เราไปไม่ได้มีงานเลยเงียบๆแต่ไม่เหงาเพราะก็มีนั่งท่องเที่ยว มีลูกค้ามานั่งทานกาแฟทานของว่างกัน ที่นี่ออกจะดูติสๆนิดนึง

มื้อสุดท้ายของทริปเราค่ำนี้ที่ร้านปิ้งย่างหม่าล่า 4 แยก หลัง มช. (ชื่อร้าน 4 แยกแต่ร้านไม่ได้อยู่ 4 แยกนะ) บรรยากาศดี แต่เรื่องความเผ็ดเราว่ารถเข็นสูตรยูนนาน ชนะเลิศ ใครที่ยังไม่เคยลองหม่าล่า หม่าล่าแปลมาจากจีนแปลว่าเผ็ด ชา เป็นพริกผงผสมสมุนไพรหลายชนิดจนกลายมาเป็นหม่าล่า เค้าว่าช่วยในเรื่องขับถ่ายได้ ที่สำคัญอร่อยจนจนปากชาลิ้นชาทีเดียว ท้ายสุดก่อนขึ้นเครื่องกลับก็ไม่วายตาลายกับมารองของดาราเทวีที่ช็อปเล็กๆในแอร์พอร์ท ละมุนลิ้นพริ้มเพริศ

Macaron

Macaron @Dhara dhevi shop CNX Airport

 

ชมดอกไม้และธรรมชาตสวยงาม ถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นความทรงจำตามธรรมเนียม 🙂

 

You Might Also Like

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of